ความเป็นมา

THE LEGEND OF NATIONALISM PARTY

สืบเนื่องจากระบบการเมืองการปกครองที่ปรับเปลี่ยนไป นับตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๕ ซึ่งมีทั้งสร้างสรรค์และทำลาย แม้จะมีคณะรักษาความafterสงบแห่งชาติ (คสช.) มายึดอำนาจการปกครองโดยทหารอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ บริบทนั้น โดยสามารถขจัดปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองผู้ครองอำนาจขณะนั้น เพราะมีปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกรณีคดีการประกันราคาข้าว ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ซึ่งทำให้ชาติเสียหายกว่า ๕ แสนล้านบาท พร้อมตำนานข้าวเน่าแห่งยุคสมัยใหม่  กับการจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผู้กระทำผิดคดีฉ้อโกงงบประมาณของแผ่นดินของอดีตนักการเมืองพรรคฝ่ายตน อันเป็นเหตุให้เกิดกลุ่มผู้ต่อต้าน นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งตั้งเป็นคณะ กปปส. ร่วมกับมวลมหาประชาชนรวมตัวกันออกมาขับไล่รัฐบาลให้ลาออกไป กลับมีการทำร้ายประชาชนโดยไม่ทราบฝ่ายด้วยการใช้ระเบิดและอาวุธสงคราม ประหัสประหารผู้ประท้วงจนสิ้นชีพตักไสยไปหลายคน ซึ่งทำให้สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตที่ คสช. จำต้องเข้ามามีบทบาทเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เพื่อคลี่คลายและสร้างความสงบให้เกิดขึ้น และมีคณะ คสช. อยู่ดูแลบ้านเมืองอย่างเรียบร้อยตลอดมา

อย่างไรก็ดี ในเมื่อคณะ คสช. จะกำกับดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยมาแล้วกว่า ๔ ปี แต่สภาพการณ์ ณ บริบทนี้ ระบบการเมืองการปกครองเริ่มมีปัญหาที่ทับซ้อนในผลประโยชน์ของชาติ  ซึ่งคลุมๆ เครือๆ ไม่โปร่งใสเท่าที่ควร ในขณะเดียวกัน ปัญหาการจราจรที่จลาจลและติดขัดอย่างรุนแรง ซึ่งในความเห็นของ “พรรคเห็นแก่ชาติ” คิดว่าเป็นปัญหาหญ้าปากคอก สามารถที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ ในทันทีที่ คสช. มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ก็ถูกปล่อยปละละเลยจนปัจจุบันและกำลังสุกงอมว่าจะเกิดข้อขัดแย้งมากกว่าที่จะคาดหมาย โดยสร้างแต่ความเดือดร้อนและความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอันมิอาจประเมินได้ไปทั่ว เนื่องจากการบริหารจัดการของ  คสช. ที่ใช้ระยะเวลาการปฏิรูปที่ไม่ชัดแจ้ง เป็นเวลานานกว่าที่จะเข้าใจ กอปรกับรัฐธรรมนูญใหม่ พ.ศ.๒๕๖๐ ก็ประกาศใช้แล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ในภาคปฏิบัติอย่างจริงจัง ทุกฝ่ายจึงมีความต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพื่อสรรหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมกับความคาดหวังของมวลมหาประชาชนสืบไป

จากบริบทของระบบการเมืองการปกครองของประเทศไทย เท่าที่เป็นมากว่า ๘๐ ปี จะนับว่าเป็นแบบประชาธิปไตยหรือไม่ ผู้ร่วมจัดตั้ง “พรรคเห็นแก่ชาติ….เลิกเห็นแก่ตัว” ต่างมีประสบการณ์ ประสบพบเห็นเกือบทุกสถานการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน รู้เห็นความดีงาม และความสูญเสียของชาติบ้านเมืองอย่างเป็นที่ประจักษ์ ก็พอจะเข้าใจได้ระดับหนึ่ง ด้วยเหตุดังกล่าว ด้วยมโนสำนึกที่ห่วงใยความมั่นคงของชาติบ้านเมืองเป็นที่สุด พรรคเราจึงบังเกิดมี แนวความคิด อุดมการณ์ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีและความมุ่งมั่นที่ต้องการอาสามาทำงานการเมืองให้เป็นไปตามธัมมะที่ควรจัดสรร กล่าวคือ การเมืองการปกครองในอดีตไม่เน้นการ “เห็นแก่ชาติ” พรรคเราจึงมีเป้าประสงค์ที่จักเน้นและจัดสร้างให้ประสบผลสัมฤทธิ์ให้ถึงที่สุด ด้วยการจะปลุกจิตสำนึกของชาวไทยทุกหมู่เหล่า เพื่อประพฤติปฏิบัติด้วยจิตอาสา อันจะนำมาซึ่งการปฏิรูปชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชนให้เป็นจริง

จึงมีการเริ่มต้นการจัดตั้ง “พรรคเห็นแก่ตัว” เมื่อ คสช. และ กกต. เปิดโอกาสให้มีการจดตั้งพรรคการเมืองขึ้น เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่า “การเห็นแก่ตัว” ที่คนทั่วไปเข้าใจนั้น ไม่ใช่การเห็นแก่ได้ มักง่าย หรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น หากมีผลทำให้เกิดการ “เห็นแก่ชาติ” ในที่สุดได้ เพราะเมื่อตนเองสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การจะสนองความปรารถนาดีด้วยกุศลกรรมย่อมกระทำได้ ตามคำสอนที่มีมาว่า “อัตาหิ อัตโน นาโถ…ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” กอปรกับคำสอนที่พระราชทานโดย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙ ที่ต้องการเห็นทุกคนรับรู้และเข้าใจระบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” คือ “ความพอมีพออยู่พอกิน” เป็นสำคัญ คือความตั้งใจแรกของพรรคเรา กล่าวคือ หากทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้พอสมควรแล้ว ก็จะมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้ หาใช่ยึดติดกับการเห็นแก่ตนเองเกินกว่าเหตุนั่นเอง

จวบจนเมื่อ กกต. ได้มีข้อแนะนำในเวลาต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๑ ว่าการตั้งชื่อ “พรรคเห็นแก่ตัว” ไม่เหมาะสม คณะผู้ร่วมจัดตั้ง ๑๙ คน จึงได้แจ้งจดเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “พรรคเห็นแก่ชาติ” ตามทางเลือกใหม่ที่ได้จัดเตรียมล่วงหน้าไว้แล้ว “พรรคเห็นแก่ชาติ” จึงได้ยื่นจดแจ้ง ต่อ กกต. เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และจะดำเนินการทางการเมืองด้วยหลักธรรม คือการยึดมั่นในมรรคมีองค์แปดเป็นหลักการในการทำงานการเมืองเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน โดยออกแบบสัญลักษณ์ของพรรคด้วยภาพ ธรรมจักร ๘ ประการอยู่ตรงกลาง มีเครื่องหมายธงชาติอยู่ ๒ ข้าง ล้อมรอบด้วยชื่อพรรคที่เป็นภาษาไทยอยู่ด้านบนและภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง และได้รับการจดแจ้งจาก กกต. ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑ เป็นต้นมา

นายกริช ตรรกบุตร

รายงาน เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑

 

นายกริช ตรรกบุตร ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทุกแขนง ณ สำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ขอจดแจ้งตั้ง “พรรคเห็นแก่ตัว”  ๒ มีนาคม ๒๕๖๑ โดยได้แจ้งนโยบายพอสังเขปโดย เฉพาะอย่างยิ่ง คือการแก้ปัญหารถติด เพื่อให้การสัญจรสะดวกสบาย การติดตั้งท่อน้ำทั่วถิ่นไทย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง การขุดตลองไทย (คอตอดกระ) เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน และมีเป้าหมายที่จะทำการแก้ไขทุกปัญหาในทุกมิติ อันเป็นความเดือดร้อนและเป็นทุกข์ของประชาชน ตามมติและความต้องการของราษฎร ฯลฯ เป็นต้น

การให้สัมภาษณ์ของนายกริช ตรรกบุตร ว่าที่หัวหน้าพรรคเห็นแก่ตัว…เพื่อชาติ ณ สำนักงาน กกต. เมื่อ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑

เมื่อไปยื่นขอจดแข้งเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่ “พรรคเห็นแก่ชาติ” ณ สำนักงาน กกต. ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑

ที่ทำการพรรคเห็นแก่ชาติ ณ สำนักงานใหญ่ จังหวัดสิงห์บุรี


 

 

สถานที่ทำการ “พรรคเห็นแก่ชาติ” ณ สำนักงานใหญ่ จังหวัดสิงห์บุรี

 

สำนักงานใหญ่ “พรรคเห็นแก่ชาติ”

เลขที่ ๓๐ หมู่ที่ ๕ (ถนนริมแม่น้ำ) ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง

จังหวัดสิงห์บุรี ๑๖๐๐๐

NATIONALISM PARTY Head Office: 30, Moo 5, Tambol Muongmoo,

Amphur Muang, Singburi 16000, THAILAND.

พรรคเห็นแก่ชาติ ณ กกต. ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑

planchette task Exclamation Triangle Check code