นโยบายพรรคเห็นแก่ชาติ

*นโยบายพรรคเห็นแก่ชาติ

 

พรรคเห็นแก่ชาติ มีแนวนโยบายหลักในการที่จะยึดมั่น ถือมั่น และความมีอุดมการณ์แห่งความเป็นราษฎรแห่งประเทศไทยสยาม คือ การเห็นแก่ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน เป็นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในหล้า โดยสมาชิกของพรรคเห็นแก่ชาติ พึงต้องมีจิตใจอันเป็นกุศล คิดกุศล ทำกุศล เพื่อกุศลกรรม จักตั้งใจพร้อมใจด้วยจิตอาสา เพื่อเป็นพลเมืองดีของแผ่นดินนี้ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ พึงรักษาศักยภาพและคุณภาพแห่งความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม เพื่อผดุงไว้ซึ่งมนุษยธรรม คุณธรรม จริยธรรม ความมีระเบียบวินัย และการประพฤติปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทั้งนี้ ดังมีหลักการ หลักคิดและรายละเอียดต่อไปนี้

๑. ด้านสังคม ประเพณี ศิลปกรรมและวัฒนธรรม

๒. ด้านการเมืองการปกครอง

๓. ด้านเศรษฐกิจ และสาธารณสุข

๔. ด้านการทหารและความมั่นคง

๕. ด้านวิทยาศาสตร์ และเท็คโนโลยี่

๖. ด้านการศึกษา และสิ่งแวดล้อม

๗. ด้านอื่นๆ ณ บริบทใด บริบทหนึ่ง

 

 

๑. ด้านสังคม ประเพณี ศิลปกรรมและวัฒนธรรม

๑.๑  สังคมอาริยะ  

พรรคเห็นแก่ชาติ จะดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นอยู่ของมวลมหาประชาชน ให้มีความอยู่ดีกินดี มีรายได้ที่พอจะเลี้ยงชีพได้ตั้งแต่เกิดจนตาย โดยเป็นสังคมอาริยะอย่างยั่งยืน มั่นคงและถาวร มีอิสรภาพ ภราดรภาพ ความเสมอภาพ สิทธิและหน้าที่ขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด

๑.๒ ประเพณี ศิลปกรรมและวัฒนาธรรม

พรรคเห็นแก่ชาติ จักอนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทยสยามประเทศแต่โบราณกาล อันมีชาติพันธุ์ซึ่งหลากหลายและมีขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปกรรมและวัฒนธรรมที่เป็นมรดกตกทอดมายาวนาน พึงเสริมส่ง ให้ความเคารพและนับถือสืบไป จะสืบสานและอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาให้พึงมีและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างยั่งยืน จักปกป้องและดำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่คู่ฟ้าเมืองไทยสยามตราบนานเท่านาน และจะสร้างเสริมประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีความผาสุกร่มเย็น สะดวกสบายไร้กังวล รู้รักสามัคคีร่วมกันในชาติอย่างสมานฉันท์ตลอดไป และพึงเร่งรัดการปฏิรูป ที่จะส่งเสริมและพัฒนาการระบบการศึกษาแห่งชาติให้ก้าวล้ำยุคสมัยแบบไร้ขีดจำกัด เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพที่ทัดเทียมนานาอารยะประเทศในทุกมิติ โดยให้มีการศึกษาตลอดชีวิตแบบไร้เงินตรา สามารถรู้เท่าทันโลกที่ไร้พรมแดนได้ดี

 

๒. ด้านการเมืองการปกครอง

พรรคเห็นแก่ชาติ จะยึดมั่นในหลักการ ปรัชญา และอุดมการณ์ของระบบการเมืองการปกครองที่เป็นระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ จักเคารพและยึดถือเจตนารมณ์ในหลักการแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทุกประการ และจะดำเนินการด้วยประชามติทุกครั้งที่มีความต้องการของมวลมหาชนที่พึงเรียกร้องและประสงค์ เพื่อเห็นแก่ชาติในอันที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง และความสงบสุขแห่งราษฎรทั่วแผ่นดิน โดยยืนอยู่ด้วยหลักการซึ่งความถูกต้องคลองธรรม ความเที่ยงธรรมและยึดหลักธรรมาธิปไตยเป็นสำคัญ

 

๓. ด้านเศรษฐกิจ และสาธารณสุข

พรรคเห็นแก่ชาติ จักยึดมั่นในศาสตร์พระราชาแห่งรัชกาลที่ ๙ คือระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง โดยพึงพัฒนาความอยู่ดีมีสุขของมวลมหาประชาชนให้เจริญรุ่งเรือง โชติช่วงชัชวาล และพัฒนาสังคมแบบก้าวกระโดดให้ยกระดับสู่สังคมรัฐสวัสดิการครบวงจร โดยประชาชนพึงมีรายได้พออยู่พอกินกันถ้วนหน้า ราษฎรทุกหมู่เหล่าสามารถเกิด แก่ เจ็บ ตายอย่างเท่าเทียมในทุกกรณี เพราะสวัสดิภาพและความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน คือภาระหน้าที่อันเป็นสัญญาประชาคมที่สำคัญของรัฐบาลที่พึงต้องดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่เกิดจนตายให้สมบูรณ์พูนสุข ตลอดจนการดูแลรักษาพยาบาลฟรีแบบปราศจากเงื่อนไข ข้อแม้และข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น

เพราะประเทศไทยสยามเป็นอู่ข้าวอู่น้ำมาแต่โบราณกาลหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว คนไทยสยามไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ว่า มีคนอดอยากปากแห้งมาก่อน จริงๆ แล้ว สังคมไร้เงินตราก็คือประเทศไทยสยามนี่แหละ ซึ่งปรากฏมีอยู่เป็นมาแล้วแต่อดีต โดยไม่มีคนยากคนจนเลย จวบจนมีชาวต่างชาติเข้ามาพึ่งใบบุญเรา แล้วนำเอาวัฒนธรรมอันไม่พึงประสงค์มาเผยแผ่ กับการใช้อิทธิพล กำลังอำนาจของอาวุธที่มีเหนือกว่า มาข่มเหงรังแกและเอาเปรียบด้วยเล่ห์เพทุบายต่างๆ นานา จนทำให้ประเทศนี้เสียดุลอำนาจในการต่อรอง และต้องยอมรับกับแนวความคิดอันฉ้อฉลและวัฒนธรรมที่แปลกแยก โดยการอ้างความเป็นศิวิไลซ์ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปจนมีความเป็นอยู่เช่นทุกวันนี้ และทึกทักกล่าวหาว่าเมืองไทยเราเริ่มมีคนยากจนจวบจนปัจจุบันนี้นั่นเอง ถึงกระนั้น โปรดรับทราบโดยทั่วกันว่า ประเทศไทยสยามเรานี้ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวยังคงเป็นและมีอยู่ ก็ยังไม่มีคนยากจนในประเทศนี้อยู่ดี อย่างไรก็ดี พรรคเห็นแก่ชาติ จักปฏิวัติ ปฏิรูป ปฏิสังขร ปฏิบัติและจักพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยแนวความคิด อุดมการณ์ ความมุ่งมั่น และปณิธานตามแนวยุทธศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ ที่จักทำให้ทุกภาคส่วนสามารถมีความร่มเย็นเป็นสุขและสงบสันติได้อีกคำรบหนึ่ง โดยยึดนโยบายตามรอยพระบาทรัชกาลที่ ๙ ศาสตร์พระราชาและพระบารมีแห่งระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแข็งขัน

ทั้งนี้ พรรคเห็นแก่ชาติ พึงตั้งใจและมีปณิธานที่จะแก้ปัญหาการจราจรที่จลาจล เพื่อยุติรถติดของระบบเป็นลำดับแรก ตามด้วยการต่อท่อน้ำทั่วถิ่นไทย เพื่อหยุดน้ำท่วมน้ำแล้งตลอดไป จาก ๒ ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาของชาตินี้แก้ไขได้ภายใน ๔ ปีของการบริหารประเทศตามวาระของการดำรงตำแหน่ง กล่าวได้ว่าสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ปีละ ๑ ล้านล้านบาทเป็นอย่างน้อย และอีกนโยบายของการขุดคลองไทย (คอคอดกระ) เพื่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจตะออกตะวันตกของระบบการเดินเรือทางทะเล ที่เชื่อมต่อสองมหาสมุทรให้สมบูรณ์ โดยจะเป็นการสร้างอภิมหาโครงการที่เอื้อต่อการลงทุนจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถจะพัฒนาชาติให้รุดหน้าได้อย่างไร้เทียมทาน และจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ส่งผลให้ประเทศไทยสยามมีรายได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ พรรคเห็นแก่ชาติ จักดำเนินนโยบายการค้าแบบเสรีนิยม โดยจะล้มเลิกระบบการผูกขาดทางการค้าทุกรูปแบบ แต่จะยังคงไว้ซึ่งสนธิสัญญาและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในบางกรณีตามบริบทนั้นๆ ซึ่งประชาชนทุกหมู่เหล่าสามารถทำมาค้าขายได้อย่างอิสรเสรีตามอัตภาพ เฉกเช่นสมัยกรุงสุโขทัย คือใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าช้างค้า ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ รัฐบาลจักต้องปฏิวัติและปฏิรูประบบทั้งมวล ด้วยการลดเงื่อนไข ระเบียบการ อัตราภาษี กฎกติกาที่เข้มงวดแบบไร้เหตุผลต่างๆ ให้หมดสิ้นไป เพื่อความเสมอภาคด้านการค้าที่เสรีและเที่ยงธรรม รวมถึงงบประมาณแผ่นดินอย่างมีวินัยทางการคลัง ควบคุมการใช้จ่ายให้สมเหตุสมผล ค่าแรงงานและบุคลากรของทุกธุรกิจของชาติให้มีความเที่ยงธรรมสืบไป โดยเฉพาะผลผลิตด้านเกษตรกรรม รัฐบาลโดยพรรคเห็นแก่ชาติ จักสร้างไซโลหรือสหกรณ์เตรียมไว้ทุกจังหวัด เพื่อรองรับการซื้อขายผลผลิตทุกอย่างทุกชนิดของประชาชนในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งพอมีกำไรและไม่ขาดทุนอย่างเสมอภาค โดยการตลาดจะเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลให้การดูแลและรับผิดชอบเอง ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่ชาวนาและผู้ใช้แรงงานทั้งหลายพึงพอใจ สบายใจและไร้กังวล แต่จักได้ลืมตาอ้าปากได้โดยทั่วกัน และถึงที่สุด ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องก่อม๊อบเดินขบวนเรียกร้องอะไรอีก เพราะ ณ บริบทนั้น บ้านเมืองนี้จักต้องปลอดจากการเดินขบวนประท้วงรัฐบาลอีกต่างหาก

สำหรับพลเมืองในตัวเมืองใหญ่ เมืองรองหรือในต่างจังหวัดทั่วไป ที่ยังขาดแคลนที่ทำกินหรือสถานที่ทำมาค้าขาย พรรคเห็นแก่ชาติ เมื่อเป็นรัฐบาลจะสามารถที่จะจัดเตรียมสถานที่ หรือจัดสรรพื้นที่เพื่อการค้าขายแบบอิสรเสรี หรือตลาดนัดทั่วๆ ไปที่เราคุ้นเคยให้เกิดมีขึ้นอย่างเหมาะสมและทั่วถึง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนทุกหมู่เหล่า โดยเป็นการจัดระเบียบการค้าการขาย การงานบริการ และหรือหาบเร่แผงลอยให้เป็นไปอย่างปรกติสุขและเรียบร้อย จนสามารถทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและถาวรแบบไร้ปัญหาอีกต่อไป

 

๔. ด้านการทหารและความมั่นคง

พรรคเห็นแก่ชาติ จะรักษาระบบการทหารเท่าที่เป็นอยู่ไว้ดังเดิม และจะดำรงคงไว้ให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทยสยามสืบไปตามบริบทของกองทัพ ซึ่งระบุไว้ในรัฐธรรมนูญให้มั่นคงยั่งยืนตลอดไป นอกเหนือจากนั้น พรรคเห็นแก่ชาติ ยังจะส่งเสริมและสนับสนุนให้กองทัพสามารถสร้างเสริมให้เพิ่มกำลังพล ด้วยนโยบายการฝึกอบรม ฝึกซ้อมและการเกณฑ์ทหาร ไม่เฉพาะทหารชาย แต่หมายรวมถึงทหารหญิงด้วย ทั้งนี้ รวมถึงการออกกฎหมายใหม่ เพื่อเป็นข้อบังคับและพึงยึดถือว่า บุรุษและสตรีที่มีสัญชาติไทยสยามทุกคน พึงมีหน้าที่รับใช้ชาติด้วยการเป็นรั้วของชาติโดยพร้อมเพรียงกันในกองทัพระยะหนึ่ง ตลอดจนมีแผนงานในการผลิตและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์เท่าที่จำเป็นเสียเอง ด้วยเท็คโนโลยี่และเครื่องจักรอุปกรณ์อันทันสมัย เพื่อพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศให้มากยิ่งๆ ขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ พรรคเห็นแก่ชาติ ยังมีนโยบายที่จะให้มีการเพิ่มกองเรือและเรือดำน้ำอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้น ถ้าหากกองทัพพร้อมที่จะทำการผลิตได้เอง เราอาจจะได้สร้างเพิ่มหลายลำ และอาจจะผลิตเพื่อจำหน่ายไปต่างประเทศได้ด้วยอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้และทั้งนั้น เพราะศักยภาพแห่งอำนาจทางทะเลจะทำให้กองทัพไทยสยามสามารถผงาดเทียบชั้นได้กับประเทศมหาอำนาจทั้งหลายได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการรักษาเอกราช คงไว้ซึ่งความเป็นไท อันยีนยันความเป็นชาติหนึ่งเดียวอย่างเต็มภาคภูมิ และสามารถดำรงคงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนแบบยั่งยืนยาวนานและถาวรตราบนานเท่านาน ทั้งนี้ โดยได้รับพระบรมราชานุญาตเป็นสำคัญ

 

๕. ด้านวิทยาศาสตร์ และเท็คโนโลยี่

พรรคเห็นแก่ชาติ ตระหนักถึงบริบทแห่งโลกที่ไร้พรมแดนอย่างชัดแจ้ง พึงมีนโยบายในการส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์และเท็คโนโลยี่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะวิวัฒนาการของนวตกรรมใหม่ๆ หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำยุคล้ำสมัยกำลังรุมเร้าอย่างแรงกล้า พรรคเห็นแก่ชาติ พึงมีแนวนโยบายเชิงรุกพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยเงินทุน การฝึกอบรมให้ความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในด้านวิชาการให้กับทุกภาคส่วน โดยให้ยึดถือเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างสรรค์และส่งเสริมแนวความคิดแปลกๆ ทฤษฎีใหม่ๆ วิธีการประยุกต์ และผลผลิตที่เหมาะสมต่อประเทศชาติและมนุษยชาติสืบไป

 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเห็นแก่ชาติ พึงสนับสนุนและส่งเสริมด้านพลังงานทดแทนต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรมและเน้นซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักในการบริหารจัดการ โดยสังคมไทยสยามทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบลและหมู่บ้าน จักได้รับประโยชน์สูงสุดซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้กับประชาชนทุกชนชั้น ทั้งในด้านเครื่องอุปโภคและบริโภคทั้งหลายทั้งปวง กล่าวคือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่ารถโดยสารต่างๆ ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี ค่าใช้บริการทั้งหลาย ตลอดจนค่าอาหารการกินและเครื่องดื่มต่างๆ ฯลฯ เป็นอาทิ โดยจะบังคับให้จำน่ายและซื้อหาได้ในราคาปลีกและส่ง ราคาต้นทุน และคุณภาพของชนิดและประเภทของสินค้าตามความเป็นจริงและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนในเมืองหรือนอกเมือง จะบังคับใช้กับสินค้าทั้งที่ควบคุมและไม่ควบคุม โดยให้มีราคาเดียวเท่ากันหมด เมื่อซื้อขายกันอย่างเสมอภาคเหมือนๆ กันทุกถิ่นไทยสยามตลอดไป

 

๖. ด้านการศึกษา และสิ่งแวดล้อม

พรรคเห็นแก่ชาติ พึงระลึกอยู่เสมอและมีความกังวลอย่างยิ่งยวดต่อความไม่พัฒนาและไม่ชอบธรรม ในด้านการการศึกษาและสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ

๖.๑ ด้านการศึกษา

พรรคเห็นแก่ชาติ มีนโยบายเห็นชอบให้มีการปฏิรูประบบการศึกษาทุกรูปแบบ โดยเฉพาะระบบการเรียนแบบตลอดชีวิต การศึกษานอกโรงเรียน และแบบเปิดกว้างกึ่งบังคับ และส่งเสริมสนับสนุนระบบการศึกษาตามอัธยาศัยหรือวิชาชีพ หรือระบบทางไกล ทั้งนี้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้กับนักเรียนนักศึกษาทุกคน คือการเรียนฟรีทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยเป็นอย่างน้อย โดยรวมตั้งแต่ค่าอาหารการกิน หนังสือตำราเรียน ค่าเล่าเรียน เครื่องเขียนอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องนุ่งห่มต่างๆ ตลอดจนหมวก รองเท้า และถุงเท้า รถรับส่งไปกลับที่ปลอดภัย ฯลฯ เป็นต้น

๖.๒ ด้านสิ่งแวดล้อม

พรรคเห็นแก่ชาติ พึงเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนส่วนใหญ่ ที่จักต้องร่วมรณรงค์อย่างหนักเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่คู่แผ่นดินให้ถึงที่สุด โดยเน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจและความสำคัญของความมีอยู่ของสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย อันมีดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นฐานรากของสรรพชีวิตที่เกี่ยวข้อง โดยสืบสานการใส่ใจ ความไม่ละเลย ความระมัดวัง ความขยันหมั่นดูแลรักษาสภาพแวดล้อมรอบตัวให้คงอยู่ พึงไม่ทำลาย ไม่รุกล้ำความเป็นธรรมชาติของทุกสิ่งอย่าง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายมีบัญญัติ

 

๗. ด้านอื่นๆ ณ บริบทใด บริบทหนึ่ง

พรรคเห็นแก่ชาติ จะจัดให้มีการทำประชามติทุกครั้งที่จำเป็น เพื่อสนองตอบต่อความต้องการและความปรารถนาอยากได้ให้มีการกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งของมวลมหาประชาชน ซึ่งอาจสร้างสรรค์สิ่งที่พึงมีพึงได้ตามกฎ กติกา ที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนเป็นที่สุด

ดังกรณี เช่น การปรับเพิ่มหรือลดรายได้หรือเงินเดือนของข้าราชการ, การยกเลิกระบบประชานิยมในบางกรณีที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์, การแก้ไขกฎระเบียบในการใช้อำนาจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าที่ที่ไม่ชอบธรรม, การแก้กฎหมายมหาชนบางฉบับเพื่อความเหมาะสม, การแก้ไขข้อขัดแย้งในสนธิสัญญาระหว่างประเทศบางเหตุการณ์, การยกเลิกระบบสัมปทานดาวเทียม, การเร่งออกกฎหมายภาษีมรดก, หรือการยุบเลิกหรือก่อตั้งสำนักงานใหม่ของภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือเอกชน, หรือการยุบหรือเพิ่มกระทรวง ทบวง กรม เพื่อความเหมาะสมกับบริบทของความขัดหรือแย้งในทางปฏิบัติการ, หรืออาจให้มีการยกเลิกระบบการจัดเก็บเงินค่าทางด่วนต่างๆ, หรือมีการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตราเพื่อความเหมาะสมกับบริบทของสังคมใหม่ ฯลฯ เป็นต้น

 

บทสรุปในทัศนคติของพรรคเห็นแก่ชาติ

พรรคเห็นแก่ชาติ มีปรัชญา ปณิธาน อุดมการณ์ หลักการและพันธกิจหลักที่สำคัญยิ่ง คือความเห็นแก่ชาติในทุกมิติ เพื่อเห็นแก่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน เป็นที่ตั้งตลอดไป ทั้งนี้ ความอยู่รอดปลอดภัย ความอยู่เย็นเป็นสุข ความสงบเรียบร้อยของสังคม ความเจริญพัฒนาก้าวหน้าที่จำเป็นต่อการยังชีพของมหาชนส่วนใหญ่ทุกหมู่เหล่า และผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองต้องมาก่อนเสมอ วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งขัดหรือแย้งต่อหลักศีลธรรม จรรยาบรรณ จริยธรรม กุศลธรรม และสัจธรรมความเป็นจริง ต้องขจัดปัดเป่าให้สิ้นสงสัย โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ต่อมติมหาประชาชนที่ต้องยอมรับและยึดถือเพื่อปฏิบัติการให้ครบถ้วนด้วยดี ทั้งนี้ คือสัญญาประชาคมที่ต้องยึดมั่นใน “ความเห็นแก่ชาติ” เหนือสิ่งอื่นใดจนถึงที่สุด

 

พรรคเห็นแก่ชาติ

เรียบเรียงโดยนายกริช ตรรกบุตร

ด้วยจิตคารวะ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๑.

planchette task Exclamation Triangle Check code