ข้อบังคับพรรค

ข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑

 

            ข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้รับฉันทานุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคเห็นแก่ชาติ เมื่อวันที่ ๒๒ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมีมติให้กำหนดข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาตินี้ เพื่อการยึดถือเป็นหลักการในการประพฤติปฏิบัติ ตามหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินงานการเมืองของสมาชิกของพรรคเห็นแก่ชาติ ให้เป็นไปอย่างมีศีลธรรม จรรยาบรรณ ระเบียบ วินัย จริยธรรม และคุณธรรมที่ดีครบถ้วนและถูกต้องครองธรรมตามครรลองของระบบการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ โดยสอดคล้องต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นสำคัญ

ข้อ ๑.  ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑”

ข้อ ๒. ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่ที่ได้รับจดทะเบียนจัดตั้ง “พรรคเห็นแก่ชาติ” เป็นต้นไป

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

ข้อ ๓.  พรรคการเมืองตามข้อบังคับนี้เรียกว่า “พรรคเห็นแก่ชาติ” ชื่อย่อภาษาไทย “หกช.” ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Nationalism Party” ชื่อย่อภาษาอังกฤษ “Na Pa”

ข้อ ๔.  เครื่องหมายพรรคเห็นแก่ชาติและความหมาย

(๑) พรรคเห็นแก่ชาติ ใช้เครื่องหมายสัญลักษณ์พระธรรมจักรอยู่ตรงกึ่งกลาง ล้อมรอบด้วยธงไตรรงค์อยู่ข้างๆ สองด้าน โดยมีชื่อภาษาไทยอยู่ด้านบน และภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง ซึ่งแสดงตามรูปภาพดังนี้

 

 

(๒) โดยมีความหมายดังนี้

           สัญลักษณ์พระธรรมจักรแปดแฉก หมายถึง มรรคมีองค์ ๘ ประการ อันมีสัมมาทิฐิเป็นธรรมบทนำแรกและปิดด้วยสัมมาสมาธิ ซึ่งพรรคเห็นแก่ชาติ จักต้องยึดถือเป็นหลักการขั้นพื้นฐาน เพื่อการทำงานการเมืองที่มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม กุศลธรรม การเสียสละและพึงประพฤติปฏิบัติการตามครรลองธรรมาธิปไตยเป็นที่ตั้ง

        Ω   สัญลักษณ์ธงไตรรงค์หมายถึง ธงชาติไทย ๓ สี ๓ เสาหลัก ซึ่งบ่งชี้ถึงอุดมการณ์การทำงานการเมืองของพรรคเห็นแก่ชาติ จักมีความตั้งจิตตั้งใจด้วยปณิธานที่มุ่งมั่น ยึดมั่น และถือมั่นเพื่อผลประโยชน์โดยรวมที่จะเห็นแก่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนต้องมาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด

        Ω   ชื่อพรรค “พรรคเห็นแก่ชาติ” มีนัยยะที่บ่งชี้ถึงจิตวิญญาณแห่งความเคารพรักประเทศชาติด้วยจิตสำนึกที่จะ “เห็นแก่ชาติ” ด้วยปณิธานและอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างสูงส่งเป็นที่สุด เพราะการจะปฏิบัติการ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และดำเนินการงานทางการเมือง จักต้องเน้นให้มีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์ในการพัฒนาการต่างๆ ของประเทศชาติบ้านเมือง โดยมีแนวความคิดริเริ่มซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติมาก่อน คือต้อง “เห็นแก่ชาติ” ก่อนเสมอ

ข้อ ๕.  สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ ๓๐ หมู่ ๕ ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ๑๖๐๐๐

 

หมวดที่ ๒

คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๖.  คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคเห็นแก่ชาติ คือ

  • การกระทำการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจที่ใหญ่หรือเล็ก ณ บริบทใดบริบทหนึ่ง พรรคเห็นแก่ชาติจักต้องเห็นแก่ชาติเหนือสิ่งอื่นใด เพราะผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมืองต้องมาก่อนเสมอ
  • คิดกุศล ทำกุศล เพื่อกุศลกรรม โดยมีมติมหาชนหนุนนำ พร้อมศาสตร์พระราชาซึ่งเกื้อกูล คือ อำนาจการตัดสินใจของความมั่นคงและความอยู่รอดปลอดภัยของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน
  • การมีส่วนร่วมของมวลมหาประชาชนในการตัดสินใจในยุทธศาสตร์ชาติ เช่น อภิมหาโครงการแผนงาน แผนการพัฒนาการ การปฏิรูปบ้านเมือง การปรับเปลี่ยนยุทธวิธีปฏิบัติการและแนวนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่างๆ ของชาติ จักต้องให้ความสำคัญและเอาใจใส่เป็นพิเศษ
  • สมาชิกพรรค ผู้สนับสนุนพรรคทุกภาคส่วน พึงยึดมั่น “ความเห็นแก่ชาติ” ด้วยความศรัทธา และน้อมนำเป็นสรณะทางการเมืองเหนืออื่นใดและตลอดไป

 

หมวดที่ ๓

นโยบายพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๗ ด้านการเมืองการปกครอง

พรรคเห็นแก่ชาติ จะยึดมั่นในหลักการ ปรัชญา และอุดมการณ์ของระบบการเมืองการปกครองที่เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ จักเคารพและยึดถือเจตนารมณ์ในหลักการแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทุกประการ และจะดำเนินการด้วยประชามติทุกครั้งที่มีความต้องการของมวลมหาชนที่พึงเรียกร้อง ปรารถนาและประสงค์ โดยจะเห็นแก่ชาติในอันที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง และความสงบสุขแห่งราษฎรทั่วแผ่นดิน และยืนหยัดอยู่ด้วยหลักการซึ่งความถูกต้องครองธรรม ความเที่ยงธรรมและยึดหลักธรรมาธิปไตย อันมีแนววิถีธรรม ซึ่งมีมรรคองค์ ๘ ประการ ที่น้อมนำด้วยสัมมาทิฐิ ฯลฯ ตามด้วยพรหมวิหาร ๔ และอิทธิบาท ๔ เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญในทุกนโยบายการบริหารจัดการของประเทศชาติเสมอ

ข้อ ๘.  ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และด้านการทหารกับความมั่นคง

พรรคเห็นแก่ชาติ จะรักษาระบบการทหารเท่าที่เป็นอยู่ไว้ดังเดิม และจะดำรงคงไว้ให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทยสยามสืบไปตามบริบทของกองทัพ ซึ่งระบุไว้ในรัฐธรรมนูญให้มั่นคงยั่งยืนตลอดไป นอกเหนือจากนั้น พรรคเห็นแก่ชาติ ยังจะส่งเสริมและสนับสนุนให้กองทัพสามารถสร้างเสริมให้เพิ่มกำลังพล ด้วยนโยบายการฝึกอบรม ฝึกซ้อมและการเกณฑ์ทหาร ไม่เฉพาะทหารชาย แต่หมายรวมถึงทหารหญิงด้วย ทั้งนี้ รวมถึงการออกกฎหมายใหม่ เพื่อเป็นข้อบังคับและพึงยึดถือว่า บุรุษและสตรีที่มีสัญชาติไทยสยามทุกคน พึงมีหน้าที่รับใช้ชาติด้วยการเป็นรั้วของชาติโดยพร้อมเพรียงกันในกองทัพระยะหนึ่ง ตลอดจนมีแผนงานในการผลิตและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์เท่าที่จำเป็นเสียเอง ด้วยเท็คโนโลยี่และเครื่องจักรอุปกรณ์อันทันสมัย เพื่อพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศให้มากยิ่งๆ ขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ พรรคเห็นแก่ชาติ ยังมีนโยบายที่จะให้มีการเพิ่มกองเรือและเรือดำน้ำอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้น ถ้าหากกองทัพพร้อมที่จะทำการผลิตได้เอง เราอาจจะได้สร้างเพิ่มหลายลำ และอาจจะผลิตเพื่อจำหน่ายไปต่างประเทศได้ด้วยอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้และทั้งนั้น เพราะศักยภาพแห่งอำนาจทางทะเลจะทำให้กองทัพไทยสยามสามารถผงาดเทียบชั้นได้กับประเทศมหาอำนาจทั้งหลายได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการรักษาเอกราช คงไว้ซึ่งความเป็นไท อันยีนยันความเป็นชาติหนึ่งเดียวอย่างเต็มภาคภูมิ และสามารถดำรงคงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนแบบยั่งยืนยาวนานและถาวรตราบนานเท่านาน ทั้งนี้ โดยได้รับพระบรมราชานุญาตเป็นสำคัญ

ข้อ ๙. ด้านการศึกษา และสิ่งแวดล้อม

พรรคเห็นแก่ชาติ พึงระลึกอยู่เสมอและมีความกังวลอย่างยิ่งยวดต่อความไม่พัฒนาการและไม่ชอบธรรม ในด้านการการศึกษาและสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ

(๑) ด้านการศึกษา

พรรคเห็นแก่ชาติ มีนโยบายเห็นชอบให้มีการปฏิรูประบบการศึกษาทุกรูปแบบ โดยเฉพาะระบบการเรียนแบบตลอดชีวิต การศึกษานอกโรงเรียน และแบบเปิดกว้างกึ่งบังคับ และส่งเสริมสนับสนุนระบบการศึกษาตามอัธยาศัยหรือวิชาชีพ หรือระบบทางไกล ทั้งนี้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้กับนักเรียนนักศึกษาทุกคน คือการเรียนฟรีทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยเป็นอย่างน้อย โดยรวมตั้งแต่ค่าอาหารการกิน หนังสือตำราเรียน ค่าเล่าเรียน เครื่องเขียนอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องนุ่งห่มต่างๆ ตลอดจนหมวก รองเท้าและถุงเท้า ทั้งนี้ จักจัดให้มีรถรับส่งนักเรียนทุกคนไปกลับที่ปลอดภัยสูงสุด ฯลฯ เป็นอาทิ

(๒) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พรรคเห็นแก่ชาติ พึงเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนส่วนใหญ่ ที่จักต้องร่วมรณรงค์อย่างหนักเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่คู่แผ่นดินให้ถึงที่สุด โดยเน้นปลูกฝังการให้ความรู้ ความเข้าใจและความสำคัญของความมีอยู่ของสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย อันมีดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นฐานรากของสรรพชีวิตที่เกี่ยวข้อง โดยสืบสานการใส่ใจ ความไม่ละเลย ความระมัดวัง ความขยันหมั่นดูแลรักษาสภาพแวดล้อมรอบตัวให้คงอยู่ พึงไม่ทำลาย ไม่รุกล้ำความเป็นธรรมชาติของทุกสิ่งอย่าง ทั้งนี้ โดยละเว้นและงดการการใช้สารเคมีและสรรพสิ่งที่เป็นพิษภัยต่างๆ ตามที่กฎหมายมีบัญญัติและจะบัญญัติ

ข้อ ๑๐. ด้านเศรษฐกิจ และสาธารณสุข

พรรคเห็นแก่ชาติ จักยึดมั่นในศาสตร์พระราชาแห่งรัชกาลที่ ๙ คือระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง โดยพึงพัฒนาความอยู่ดีมีสุขของมวลมหาประชาชนให้เจริญรุ่งเรือง โชติช่วงชัชวาล และพัฒนาสังคมแบบก้าวกระโดดให้ยกระดับสู่สังคมรัฐสวัสดิการครบวงจร โดยประชาชนพึงมีรายได้พออยู่พอกินกันถ้วนหน้า ราษฎรทุกหมู่เหล่าสามารถเกิด แก่ เจ็บ ตายอย่างเท่าเทียมในทุกกรณี เพราะสวัสดิภาพและความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน คือภาระหน้าที่อันเป็นสัญญาประชาคมที่สำคัญของรัฐบาลที่พึงต้องดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่เกิดจนตายให้สมบูรณ์พูนสุข ตลอดจนการดูแลรักษาพยาบาลฟรีแบบปราศจากเงื่อนไข ข้อแม้และข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น

เพราะประเทศไทยสยามเป็นอู่ข้าวอู่น้ำมาแต่โบราณกาลหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว คนไทยสยามไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ว่า มีคนอดอยากปากแห้งมาก่อน จริงๆ แล้ว สังคมไร้เงินตราก็คือประเทศไทยสยามนี่แหละ ซึ่งปรากฏมีอยู่เป็นมาแล้วแต่อดีต โดยไม่มีคนยากคนจนเลย จวบจนมีชาวต่างชาติเข้ามาพึ่งใบบุญเรา แล้วนำเอาวัฒนธรรมอันไม่พึงประสงค์มาเผยแผ่ กับการใช้อิทธิพล กำลังอำนาจของอาวุธที่มีเหนือกว่า มาข่มเหงรังแกและเอาเปรียบด้วยเล่ห์เพทุบายต่างๆ นานา จนทำให้ประเทศนี้เสียดุลอำนาจในการต่อรอง และต้องยอมรับกับแนวความคิดอันฉ้อฉลและวัฒนธรรมที่แปลกแยก โดยการอ้างความเป็นศิวิไลซ์ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปจนมีความเป็นอยู่เช่นทุกวันนี้ และทึกทักกล่าวหาว่าเมืองไทยเราเริ่มมีคนยากจนจวบจนปัจจุบันนี้นั่นเอง ถึงกระนั้น โปรดรับทราบโดยทั่วกันว่า ประเทศไทยสยามเรานี้ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวยังคงเป็นและมีอยู่ ก็ยังไม่มีคนยากจนในประเทศนี้อยู่ดี อย่างไรก็ดี พรรคเห็นแก่ชาติ จักปฏิวัติ ปฏิรูป ปฏิสังขรณ์ ปฏิบัติและจักพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยแนวความคิด อุดมการณ์ ความมุ่งมั่น และปณิธานตามแนวยุทธศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ ที่จักทำให้ทุกภาคส่วนสามารถมีความร่มเย็นเป็นสุขและสงบสันติได้อีกคำรบหนึ่ง โดยยึดนโยบายตามรอยพระบาทรัชกาลที่ ๙ ศาสตร์พระราชาและพระบารมีแห่งระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแข็งขัน

ทั้งนี้ พรรคเห็นแก่ชาติ พึงตั้งใจและมีปณิธานที่จะแก้ปัญหาการจราจรที่จลาจล เพื่อยุติรถติดของระบบเป็นลำดับแรก ตามด้วยการต่อท่อน้ำทั่วถิ่นไทย เพื่อหยุดน้ำท่วมน้ำแล้งตลอดไป จาก ๒ ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาของชาตินี้แก้ไขได้ภายใน ๔ ปีของการบริหารประเทศตามวาระของการดำรงตำแหน่ง กล่าวได้ว่าสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ปีละ ๑ ล้านล้านบาทเป็นอย่างน้อย และอีกนโยบายของการขุดคลองไทย (คอคอดกระ) เพื่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจตะออกตะวันตกของระบบการเดินเรือทางทะเล ที่เชื่อมต่อสองมหาสมุทรให้สมบูรณ์ โดยจะเป็นการสร้างอภิมหาโครงการที่เอื้อต่อการลงทุนจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถจะพัฒนาชาติให้รุดหน้าได้อย่างไร้เทียมทาน และจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ส่งผลให้ประเทศไทยสยามมีรายได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ พรรคเห็นแก่ชาติ จักดำเนินนโยบายการค้าแบบเสรีนิยม โดยจะล้มเลิกระบบการผูกขาดทางการค้าทุกรูปแบบ แต่จะยังคงไว้ซึ่งสนธิสัญญาและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในบางกรณีตามบริบทนั้นๆ ซึ่งประชาชนทุกหมู่เหล่าสามารถทำมาค้าขายได้อย่างอิสรเสรีตามอัตภาพ เฉกเช่นสมัยกรุงสุโขทัย คือใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าช้างค้า ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ รัฐบาลจักต้องปฏิวัติและปฏิรูประบบทั้งมวล ด้วยการลดเงื่อนไข ระเบียบการ อัตราภาษี กฎกติกาที่เข้มงวดแบบไร้เหตุผลต่างๆ ให้หมดสิ้นไป เพื่อความเสมอภาคด้านการค้าที่เสรีและเที่ยงธรรม รวมถึงงบประมาณแผ่นดินอย่างมีวินัยทางการคลัง ควบคุมการใช้จ่ายให้สมเหตุสมผล ค่าแรงงานและบุคลากรของทุกธุรกิจของชาติให้มีความเที่ยงธรรมสืบไป โดยเฉพาะผลผลิตด้านเกษตรกรรม รัฐบาลโดยพรรคเห็นแก่ชาติ จักสร้างไซโลหรือสหกรณ์เตรียมไว้ทุกจังหวัด เพื่อรองรับการซื้อขายผลผลิตทุกอย่างทุกชนิดของประชาชนในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งพอมีกำไรและไม่ขาดทุนอย่างเสมอภาค โดยการตลาดจะเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลให้การดูแลและรับผิดชอบเอง ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่ชาวนาและผู้ใช้แรงงานทั้งหลายพึงพอใจ สบายใจและไร้กังวล แต่จักได้ลืมตาอ้าปากได้โดยทั่วกัน และถึงที่สุด ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องก่อม๊อบเดินขบวนเรียกร้องอะไรอีก เพราะ ณ บริบทนั้น บ้านเมืองนี้จักต้องปลอดจากการเดินขบวนประท้วงรัฐบาลอีกต่างหาก

สำหรับพลเมืองในตัวเมืองใหญ่ เมืองรองหรือในต่างจังหวัดทั่วไป ที่ยังขาดแคลนที่ทำกินหรือสถานที่ทำมาค้าขาย พรรคเห็นแก่ชาติ เมื่อเป็นรัฐบาลจะสามารถที่จะจัดเตรียมสถานที่ หรือจัดสรรพื้นที่เพื่อการค้าแบบไร้ปัญหาอีกต่อไปขายแบบอิสรเสรี หรือตลาดนัดทั่วๆ ไปที่เราคุ้นเคยให้เกิดมีขึ้นอย่างเหมาะสมและทั่วถึง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนทุกหมู่เหล่า โดยเป็นการจัดระเบียบการค้าการขาย การงานบริการ และหรือหาบเร่แผงลอยให้เป็นไปอย่างปรกติสุขและเรียบร้อย จนสามารถทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและถาวร

ข้อ ๑๑. ด้านวิทยาศาสตร์ เท็คโนโลยี่สารสนเทศและสื่อสารมวลชน

พรรคเห็นแก่ชาติ ตระหนักถึงบริบทแห่งโลกที่ไร้พรมแดนอย่างชัดแจ้ง พึงมีนโยบายในการส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์และเท็คโนโลยี่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะวิวัฒนาการของนวตกรรมใหม่ๆ หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำยุคล้ำสมัยที่กำลังรุมเร้าอย่างแรงกล้า พรรคเห็นแก่ชาติ พึงมีแนวนโยบายเชิงรุกพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยเงินทุน การฝึกอบรมให้ความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในด้านวิชาการให้กับทุกภาคส่วน โดยให้ยึดถือเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างสรรค์และส่งเสริมแนวความคิดแปลกๆ นวัตกรรมล้ำยุค ทฤษฎีใหม่ๆ วิธีการแบบประยุกต์ และผลผลิตที่เหมาะสมต่อประเทศชาติและมนุษยชาติสืบไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเห็นแก่ชาติ พึงสนับสนุนและส่งเสริมด้านพลังงานทดแทนต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรม และเน้นซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักในการบริหารจัดการในทุกกรณี โดยสังคมไทยสยามทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบลและหมู่บ้าน จักได้รับประโยชน์สูงสุดซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้กับประชาชนทุกชนชั้น ทั้งในด้านเครื่องอุปโภคและบริโภคทั้งหลายทั้งปวง กล่าวคือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่ารถโดยสารต่างๆ ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี ค่าใช้บริการทั้งหลาย ตลอดจนค่าอาหารการกินและเครื่องดื่มต่างๆ ฯลฯ เป็นอาทิ โดยจะบังคับให้จำหน่ายและซื้อหาได้ในราคาปลีกและส่ง ที่มีราคาต้นทุน และคุณภาพของชนิดและประเภทของสินค้าตามความเป็นจริงและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนในเมืองหรือนอกเมือง จะบังคับใช้กับสินค้าทั้งที่ควบคุมและไม่ควบคุม โดยให้มีราคาเดียวเท่ากันหมด เมื่อซื้อขายกันอย่างเสมอภาคเหมือนๆ กันทุกถิ่นไทยสยามตลอดไป

ข้อ ๑๒. ด้านสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปกรรมและวัฒนธรรม

พรรคเห็นแก่ชาติ จักอนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทยสยามประเทศแต่โบราณกาล อันมีชาติพันธุ์ซึ่งหลากหลายและมีขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปกรรมและวัฒนธรรมที่เป็นมรดกตกทอดมายาวนาน พึงเสริมส่ง ให้ความเคารพและนับถือสืบไป จะสืบสานและอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาให้พึงมีและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างยั่งยืน จักปกป้องและดำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่คู่ฟ้าเมืองไทยสยามตราบนานเท่านาน และจะสร้างเสริมประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีความผาสุกร่มเย็น สะดวกสบายไร้กังวล รู้รักสามัคคีร่วมกันในชาติอย่างสมานฉันท์ตลอดไป และพึงเร่งรัดการปฏิรูป ที่จะส่งเสริมและพัฒนาการระบบการศึกษาแห่งชาติให้ก้าวล้ำยุคสมัยแบบไร้ขีดจำกัด เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพที่ทัดเทียมนานาอารยะประเทศในทุกมิติ โดยให้มีการศึกษาตลอดชีวิตแบบไร้เงินตรา สามารถรู้เท่าทันโลกที่ไร้พรมแดนได้ดี

(๑) ด้านการเมืองการปกครองที่เกี่ยวเนื่องด้านกฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรมในสังคมอาริยะ

พรรคเห็นแก่ชาติ จะดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นอยู่ของมวลมหาประชาชน ให้มีความอยู่ดีกินดี มีการงานทำ มีรายได้ที่พอจะเลี้ยงชีพได้ตั้งแต่เกิดจนตาย โดยเป็นสังคมอาริยะอย่างยั่งยืน มั่นคงและถาวร มีอิสรภาพ ภราดรภาพ ความเสมอภาพ สิทธิและหน้าที่ขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปกรรมและวัฒนธรรม

พรรคเห็นแก่ชาติ จะยึดมั่นในหลักการ ปรัชญา และอุดมการณ์ของระบบการเมืองการปกครองที่เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ จักเคารพและยึดถือเจตนารมณ์ในหลักการแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทุกประการ และจะดำเนินการด้วยประชามติทุกครั้งที่มีความต้องการของมวลมหาชนซึ่งพึงเรียกร้อง ปรารถนา และประสงค์ให้มีหรือไม่มี เพื่อเห็นแก่ชาติในอันที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง และความสงบสุขแห่งราษฎรทั่วแผ่นดิน โดยยืนอยู่ด้วยหลักการซึ่งความถูกต้องครองธรรม ความเที่ยงธรรม และยึดหลักธรรมาธิปไตย อันมีแนววิถีธรรม ซึ่งมีมรรคองค์ ๘ ประการที่นำด้วยสัมมาทิฐิ ฯลฯ พร้อมตามด้วยพรหมวิหาร ๔ และอิทธิบาท ๔ เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญในภาคปฏิบัติการในทุกกรณี

ข้อ ๑๓. ด้านอื่นๆ ณ บริบทใด บริบทหนึ่ง

พรรคเห็นแก่ชาติ จะจัดให้มีการทำประชามติทุกครั้งที่จำเป็น เพื่อสนองตอบต่อความต้องการและความปรารถนาอยากได้หรือไม่ต้องการ โดยให้มีการกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งของมวลมหาประชาชน ซึ่งอาจสร้างสรรค์สิ่งที่พึงมีพึงได้ตามกฎ กติกา ที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนเป็นที่สุด

ดังกรณีเช่น การจะสร้างคอนโดหลายสิบชั้นเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่ร่มเย็นเป็นสุขในราคาพอเหมาะพอควร พร้อมบรรยากาศที่พักอาศัยทดแทนชุมชนที่เป็นชุมชนแออัด ซึ่งจะเพียบพร้อมด้วยสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดโต้รุ่ง สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล บาสเก็ตบอล สระว่ายน้ำ ศูนย์สันทนาการต่างๆ เป็นต้น ฯลฯ, ยกเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นพิษภัยในการเกษตร อุสาหกรรม หรือการอุปโภคบริโภค, การปรับเพิ่มหรือลดรายได้หรือเงินเดือนของข้าราชการให้สมดุลกับบริบท, การยกเลิกระบบประชานิยมในบางกรณีที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์, การแก้ไขกฎระเบียบในการใช้อำนาจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าที่ที่ไม่ชอบธรรม, การแก้กฎหมายมหาชนบางฉบับเพื่อความเหมาะสม ณ บริบทหนึ่งๆ, การแก้ไขข้อขัดแย้งในสนธิสัญญาระหว่างประเทศในบางสถานการณ์หรือเหตุการณ์, การยกเลิกระบบการสัมปทานดาวเทียมหรือวิสาหกิจบางประเภทที่รัฐเสียเปรียบดุลการค้าหรือข้อตกลง, การเร่งออกกฎหมายภาษีมรดก, หรือการยุบเลิกหรือก่อตั้งสำนักงานใหม่ของภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือเอกชน, หรือการยุบหรือเพิ่มกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนหรือขัดสน เพื่อความเหมาะสมกับบริบทของความขัดหรือแย้งในทางปฏิบัติการ, หรืออาจให้มีการยกเลิกระบบการจัดเก็บเงินค่าทางด่วนต่างๆ, หรือมีการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา เพื่อความเหมาะสมกับบริบทของสังคมใหม่ ฯลฯ เป็นอาทิ

ข้อ ๑๔. บทสรุปในทัศนคติ วิสัยทัศน์และปณิธานของพรรคเห็นแก่ชาติ

พรรคเห็นแก่ชาติ มีวิสัยทัศน์ ปรัชญา ปณิธาน อุดมการณ์ หลักการและพันธะกิจหลักที่สำคัญยิ่ง คือความเห็นแก่ชาติในทุกมิติ เพื่อเห็นแก่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน เป็นที่ตั้งตลอดไป ทั้งนี้ ความอยู่รอดปลอดภัย ความอยู่เย็นเป็นสุข ความสงบเรียบร้อยของสังคม ความเจริญพัฒนาก้าวหน้าที่จำเป็นต่อการยังชีพของมหาชนส่วนใหญ่ทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองต้องมาก่อนเสมอ วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งขัดหรือแย้งต่อหลักศีลธรรม จรรยาบรรณ จริยธรรม กุศลธรรม และสัจธรรมความเป็นจริง ต้องขจัดปัดเป่าให้สิ้นสงสัย โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ต่อมติมหาประชาชนที่ต้องยอมรับและยึดถือเพื่อปฏิบัติการให้ครบถ้วนด้วยดี ทั้งนี้ คือสัญญาประชาคมที่ต้องยึดมั่นใน “ความเห็นแก่ชาติ” เหนือสิ่งอื่นใดจนถึงที่สุด

 

หมวดที่ ๔

โครงสร้างการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติและตำแหน่งต่างๆ ในพรรคเห็นแก่ชาติ

ส่วนที่ ๑

คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๑๕. ให้มีคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ จำนวน ๑๘ คน ประกอบด้วย

 

ชื่อ ตำแหน่ง
นายกริช ตรรกบุตร ว่าที่หัวหน้าพรรค
นายปิยพงศ์ หนูสังข์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรค
นายวัฒนากร หลักดี ว่าที่รองหัวหน้าพรรค
นายธนัช มาลิเสน ว่าที่รองหัวหน้าพรรค
นาย จารึก รัตนบูรณ์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรค
นาย โสภณ หลักดี ว่าที่เลขาธิการพรรค
นายเสรี ง้าวสุวรรณ ว่าที่รองเลขาธิการพรรค
นางสาวบุษยมาศ ยันตะระประกรณ์ ว่าที่รองเลขาธิการพรรค
นางปราณี หลักดี ว่าที่เหรัญญิกพรรค
นางประนอม สุวรรณวงศ์ ว่าที่ผู้ช่วยเหรัญญิกพรรค
นายดนัยเทพ แท่นทอง ว่าที่ผู้ช่วยนายทะเบียนพรรค
นายประเสริฐ สวาสุ ว่าที่โฆษกพรรค
นายยุทธนชัย อิศรางกูร ณ อยุธยา ว่าที่รองโฆษกพรรค
นางสาวรัตนา เกลี้ยงสง ว่าที่รองโฆษกพรรค
นายระวิน สิทธิสินธ์ ว่าที่ผู้อำนวยการพรรค
นายเสกสรรค์ สุวรรณวงศ์ ว่าที่รองผู้อำนายการพรรค
นางสาวศิรณารัศมิ์ คะชา ว่าที่รองผู้อำนวยการพรรค

 

ข้อ ๑๖. การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ ให้ดำเนินการในที่ประชุมใหญ่ของพรรคเห็นแก่ชาติ โดยการลงคะแนนลับ ตามลำดับดังนี้

(๑) ให้ที่ประชุมใหญ่กำหนดจำนวนคณะกรรมการพรรคเห็นแก่ชาติตามข้อ ๑๕

(๒) ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติจนครบจำนวนตาม (๑) ซึ่งในการเสนอชื่อผู้เข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติแต่ละตำแหน่ง ต้องมีผู้เข่าร่วมประชุมรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน

ข้อ ๑๗.  กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติต้องเป็นสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนจัดตั้งพรรคเห็นแก่ชาติ หรือนับแต่วันที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติชุดใหม่ แล้วแต่กรณี

ข้อ ๑๘.  ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือพรรคเห็นแก่ชาติไม่ได้

ข้อ ๑๙. ความเป็นกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ

(๔) อื่นๆ ตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติกำหนด

        เมื่อกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติว่างลงตามวรรคหนึ่ง ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ คนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเข้าทำหน้าที่แทน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งต้องกระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง

 

ข้อ ๒๐. กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติทั้งคณะพ้นตำแหน่ง เมื่อ

        (๑) ครบวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ

(๒) ความเป็นกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติของหัวหน้าพรรคพรรคเห็นแก่ชาติ สิ้นสุดลงตามข้อ ๑๙

(๓) กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติว่างลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติทั้งหมด

ในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติทั้งคณะพ้นตำแหน่งตาม (๒) ให้รองหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ ตามลำดับทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ ถ้าไม่มีรองหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ ให้กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติที่เหลืออยู่ ประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน และให้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติชุดใหม่ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

ในกรณีกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตาม (๒) ให้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติชุดใหม่ ภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

ในกรณีมีเหตุให้กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ  ให้กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติที่พ้นตำแหน่งทั้งคณะ อยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติชุดใหม่

 

ข้อ ๒๑. คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

        (๑) ดำเนินกิกรรมของพรรคเห็นแก่ชาติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ และมติของที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

(๒) ควบคุมและดูแลมิให้สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคเห็นแก่ชาติกระทำการในลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้ง หรือการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรืออาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดซึ่งสมัครเข้ารับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

(๓) ให้ความเห็นชอบในการจัดทำแผนหรือโครงการที่จะดำเนินกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมือง

(๔) ดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเห็นแก่ชาติให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมือง

(๕) บริหารการเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดของพรรคเห็นแก่ชาติและสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ตลอดจนจัดทำบัญชีตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิให้มีการนำเงินหรือทรัพย์สินของพรรคเห็นแก่ชาติไปใช้จ่ายเพื่อการอื่นใด นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมือง

(๗) กรณีพรรคเห็นแก่ชาติสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองหรือยุบพรรคเห็นแก่ชาติ ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่จนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ แต่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคเห็นแก่ชาติที่สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองและข้อบังคับของพรรคเห็นแก่ชาติมิได้

(๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ เพื่อปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายของพรรคเห็นแก่ชาติและข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ

(๙) ควบคุมไม่ให้พรรคเห็นแก่ชาติ และผู้ซึ่งพรรคเห็นแก่ชาติส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งใช้เกินวงเงินตามที่กฎหมายกำหนด

(๑๐) เลิกพรรคเห็นแก่ชาติ สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ และตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

(๑๑) กำหนดให้มีการประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งและรายงานกิจการด้านต่างๆ ต่อที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ

(๑๒) แต่งตั้งและถอดถอนผู้ปฏิบัติงานของพรรคเห็นแก่ชาติในกิจการต่างๆ ของพรรคเห็นแก่ชาติ และคณะทำงานเฉพาะกิจทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

ข้อ ๒๒. กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

  • หัวหน้าพรรคพรรคเห็นแก่ชาติ
  • เป็นประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติและเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการ

บริหารพรรคเห็นแก่ชาติ ตลอดจนดำเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ

  • เป็นผู้เรียกประชุมใหญ่ของพรรคเห็นแก่ชาติตามความเห็นชอบของคณะการบริหารพรรคเห็น

แก่ชาติ และเป็นประธานของที่ประชุมตลอดจนเป็นผู้ดำเนินการประชุมดังกล่าว

  • เป็นผู้เรียกประชุมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ของพรรคเห็นแก่ชาติ และเป็นประธานของที่ประชุมตลอดจนเป็นผู้ดำเนินการประชุมดังกล่าว

  • เป็นผู้ลงนามประกาศ กฎระเบียบ มติของพรรคเห็นแก่ชาติ และคำสั่งของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ในกรณีที่มีความจำเป็นในการดำเนินการทางการเมือง ให้มีอำนาจปฏิบัติการในนามของพรรค

เห็นแก่ชาติได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น และให้ถือว่าการดำเนินการนั้นเป็นมติพรรคเห็นแก่ชาติ

  • อำนาจอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ
  • รองหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจตามที่หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ หรือคณะกรรมการ

บริหารพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

  • เลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
  • เป็นผู้ตรวจสอบและกำกับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคเห็นแก่ชาติ ตามที่คณะกรรมการบริหาร

พรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย และให้รับผิดชอบโดยตรงจากหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ หรือรองหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ ในกิจการที่หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมายให้ปฏิบัติ

  • เป็นผู้เสนอรายงานต่อคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติที่ประชุมร่วมคณะกรรมการ

บริหารพรรคเห็นแก่ชาติและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเห็นแก่ชาติต่อที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ

  • เป็นเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ ที่ประชุมร่วมคณะกรรม

การบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ คณะที่ปรึกษาพรรคเห็นแก่ชาติ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเห็นแก่ชาติ และที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ

  • เป็นผู้กำกับดูแลการบริหารงานของสำนักงานใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ
  • รองเลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจตามที่เลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติ หรือคณะ-

กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

  • เหรัญญิกพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจในการควบคุมรายรับ รายจ่ายเงิน บัญชีทรัพย์สิน

หนี้สิน และงบการเงินของพรรคเห็นแก่ชาติ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติกำหนด

  • ผู้ช่วยเหรัญญิกพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจตามที่เหรัญญิกพรรคเห็นแก่ชาติ หรือคณะ-

กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

  • นายทะเบียนพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่ และอำนาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะ-

ต้องห้ามของผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ และจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติให้ตรงตามความเป็นจริง และต้องให้สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติตรวจดูได้โดยสะดวก ณ สำนักงานใหญ่ของพรรคเห็นแก่ชาติ รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปด้วย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความถูกต้อง

  • ผู้ช่วยนายทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจตามที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคเห็น

แก่ชาติ หรือคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

  • โฆษกพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
  • แถลงมติที่ประชุมของพรรคเห็นแก่ชาติและแถลงกิจการต่างๆ ของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ประชาสัมพันธ์งานของพรรคเห็นแก่ชาติ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ

มอบหมาย

  • รองโฆษกพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจ ตามที่โฆษกพรรคเห็นแก่ชาติหรือคณะ-

กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

  • ผู้อำนวยการพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับงานทั่วๆ ไปของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • รองผู้อำนวยการพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจตามที่ผู้อำนวยการพรรคเห็นแก่ชาติหรือ

คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

 

ส่วนที่ ๒

สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๒๓. ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจัดตั้งพรรคเห็นแก่ชาติ ต้องดำเนินการให้มีสาขาพรรคเห็นแก่ชาติในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาค และจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา โดยพรรคเห็นแก่ชาติได้ประสานและจะเปิดสำนักงานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ณ ภาคเหนือ จังหวัดลำปาง จังหวัดพะเยา ณ ภาคกลาง จังหวัดสิงห์บุรี (สำนักงานใหญ่) จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดปราจีนบุรี ณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น ณ ภาคใต้ จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และกรุงเทพมหานคร

ข้อ ๒๔. คณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าแปดคน ประกอบด้วย

  • หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • รองหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • เลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • รองเลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • เหรัญญิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ผู้ช่วยเหรัญญิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ผู้ช่วยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • โฆษกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของสมาชิกสาขาแต่ละสาขาพรรคเห็นแก่ชาติจะเห็นสมควร โดยอาจ

แต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมเพื่อความวัฒนาของพรรคเห็นแก่ชาติสืบไป

ข้อ ๒๕. กรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติต้องเป็นสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันที่เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๒๖. การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ให้ดำเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ หรือที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ แล้วแต่กรณี ดังนี้

  • ให้ที่ประชุมกำหนดจำนวนคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติตามข้อ ๒๔
  • เลือกหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติเป็นลำดับแรก แล้วเลือกตำแหน่งอื่นๆ จนครบตาม (๑)
  • การเสนอชื่อบุคคลที่จะได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ จะต้องมีผู้รับรองไม่

น้อยกว่าสองคน ผู้รับรองและผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต้องอยู่ในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ หรือประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ แล้วแต่กรณี

ข้อ ๒๗. สาขาพรรคเห็นแก่ชาติมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

  • ดำเนินกิจกรรมของพรรคเห็นแก่ชาติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ และมติของที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

  • ส่งเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของปวงชนชาวไทย

  • ร่วมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

อย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจ และความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนประกอบกัน

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้งการ

ตรวจสอบการใช้อำนาจและการดำเนินงานขององค์กรอิสระอย่างมีเหตุผล

  • ส่งเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดย

สุจริตที่แตกต่าง และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อเห็นแก่ชาติและประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน

  • กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชน์ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น

ประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคเห็นแก่ชาติให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ข้อ ๒๘. กรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติแต่ละตำแหน่ง มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

  • หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • จัดให้มีบัญชีรับและจ่ายเงินของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • จัดทำบัญชีรายชื่อพร้อมที่อยู่ของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติที่มีภูมิลำเนาในเขตจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้ง

ของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

  • เป็นผู้แทนของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติและเป็นผู้รับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค-

เห็นแก่ชาติ

  • เป็นประธานของคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค-

เห็นแก่ชาติ และเป็นประธานการประชุม

  • เรียกประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคเห็น-

แก่ชาติและเป็นประธานของที่ประชุม ตลอดจนดำเนินการประชุม

  • มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ หรือคณะกรรมการอื่นๆ ที่คณะกรรมการ

สาขาพรรคเห็นแก่ชาติจัดตั้งขึ้น เพื่อขอให้มีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจำเป็น แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามวัน ซึ่งหากพ้นกำหนดดังกล่าวให้ถือว่ามติของที่ประชุมนั้นมีผลใช้บังคับ

  • ในกรณีที่มีความจำเป็นในการดำเนินการทางการเมือง ให้มีอำนาจปฏิบัติการในนามของสาขา

พรรคเห็นแก่ชาติได้ โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น และให้ถือว่าการดำเนินการนั้นเป็นมติของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

  • อำนาจอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติกำหนด
  • รองหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่ประธานสาขาพรรคเห็นแก่

ชาติมอบหมาย

  • เลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีอำนาจหน้าที่รับผิชอบ
  • ตรวจสอบและกำกับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ตามที่คณะกรรมการสาขา

พรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย และให้รับผิดชอบโดยตรงจากประธานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติในกิจการที่ประธานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมายให้ปฏิบัติ

  • เสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ และที่ประชุมใหญ่สาขาพรรค

เห็นแก่ชาติ

  • เป็นเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติและที่ประชุมใหญ่สาขาพรรค

เห็นแก่ชาติ

  • กำกับดุแลการบริหารงานของสำนักงานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • รองเลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่

ชาติ และคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

  • เหรัญญิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการควบคุม รายรับ-รายจ่าย บัญชี

ทรัพย์สินหนี้สินและงบการเงินของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติกำหนด

  • ผู้ช่วยเหรัญญิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีหน้าที่และอำนาจตามที่เหรัญญิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

มอบหมาย

  • นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค

เห็นแก่ชาติ

  • โฆษกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ
  • แถลงมติที่ประชุมและกิจการต่างๆ ของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ประชาสัมพันธ์งานของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

มอบหมาย

  • กรรมการอื่นของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบตามที่ประธานสาขาพรรคเห็นแก่

ชาติ หรือคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติมอบหมาย

ข้อ ๒๙. ความเป็นกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติสิ้นสุดลง เมื่อ

  • ตาย
  • ลาออก
  • ขาดสมาชิกภาพ
  • อื่นๆ ตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติกำหนด

เมื่อตำแหน่งกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติว่างลงตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้หัวหน้าสาขาพรรค

เห็นแก่ชาติแต่งตั้งกรรมการบริหารสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ คนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเข้าทำหน้าที่แทน  จนกว่าจะมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งต้องกระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง

หากตำแหน่งหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติว่างลงตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)  ให้รองหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติลำดับต้นทำหน้าที่หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติแทน ถ้าไม่มีรองหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ให้กรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติที่เหลืออยู่ เลือกกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน และให้มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่ เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติแทนตำแหน่งที่ว่าง ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง

ข้อ ๓๐. กรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เมื่อ

  • ครบวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ
  • กรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติว่างลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติทั้งหมด

เมื่อตำแหน่งกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติว่างลงทั้งคณะ ให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติมีอำนาจในการเรียกประชุมใหญ่ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติชุดใหม่ ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

ในกรณีมีเหตุให้กรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ  ให้คณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติที่พ้นตำแหน่งอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติชุดใหม่

ในกรณีที่ไม่มีกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติเหลืออยู่ หรือมีแต่ไม่ยินยอมดำเนินการการเลือกตั้ง  คณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติชุดใหม่ คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติจะดำเนินการเอง หรือจะมอบหมายให้สมาชิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติจำนวนหนึ่งดำเนินการแทนก็ได้

ข้อ ๓๑. เมื่อดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคเห็นแก่ชาติครบตามที่กำหนดในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ แล้ว หากต่อมาภายหลังมีสาขาพรรคเห็นแก่ขาติไม่ครบตามมาตรา ๓๓ ให้ดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคเห็นแก่ชาติให้ครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติมีจำนวนไม่ครบตามมาตรา ๓๓

ส่วนที่ ๓

ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๓๒. เขตเลือกตั้งในจังหวัดใดที่มิได้เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ หรือสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ถ้ามีสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งร้อยคน พรรคเห็นแก่ชาติจักแต่งตั้งสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น โดยมาจากการเลือกของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ ให้เป็นตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเห็นแก่ชาติในเขตการเลือกตั้งนั้นๆ

ข้อ ๓๓. การแต่งตั้งตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด เมื่อเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ที่มีสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติไม่น้อยกว่าห้าสิบคนจัดประชุม เพื่อดำเนินการเลือกตัวแทนของพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด โดยในการลงคะแนนให้สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติมีสิทธิลงคะแนนเลือกได้หนึ่งคน และเมื่อลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว ให้นับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนน แล้วรายงานชื่อสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ ซึ่งได้รับคะแนนลำดับสูงสุดสามลำดับแรก ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติโดยเร็ว และให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติแต่งตั้งสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับ เป็นตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติในการพิจารณาแต่งตั้ง และให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติแจ้งให้นายทะเบียนพรรคเห็นแก่ชาติทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่แต่งตั้งตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ในกรณีที่ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดลำดับแรกไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติแต่งตั้งตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด ที่ได้รับเลือกลำดับถัดไป เป็นตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๓๔. ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดต้องเป็นสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ อายุไม่ต่ำหว่ายี่สิบปี มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๓๕.ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

  • ดำเนินกิจกรรมของพรรคเห็นแก่ชาติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ และมติของที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

  • ส่งเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของปวงชนชาวไทย

  • ร่วมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

อย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจ และความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนประกอบกัน

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้งการตรวจ-

สอบการใช้อำนาจและการดำเนินงานขององค์กรอิสระอย่างมีเหตุผล

  • ส่งเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดย

สุจริตที่แตกต่าง และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อเห็นแก่ชาติและประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน

  • กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชน์ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น

ประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคเห็นแก่ชาติให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ข้อ ๓๖. ความเป็นตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ

  • ตาย
  • ลาออก
  • ขาดจากสมาชิกภาพ
  • หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ สั่งให้

ออกจากการเป็นตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

หมวดที่ ๕

การบริหารจัดการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

และตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๓๗. การบริหารจัดการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

  • ให้มีการรับสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ให้มีการจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป

ข้อ ๓๘. การบริหารจัดการตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

  • ให้มีการรับสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ให้มีการจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติ

ประจำจังหวัด

  • ประกาศรายชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป

หมวดที่ ๖

การประชุม

ส่วนที่ ๑

การประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๓๙. คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญของพรรคเห็นแก่ชาติ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ข้อ ๔๐. สมาชิกซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิก ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ หรือสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของพรรคเห็นแก่ชาติ หรือไม่น้อยกว่าสองร้อยห้าสิบคน แล้วแต่จำนวนใดน้อยกว่า มีสิทธิเข้าชื่อกันยื่นตำร้องขอให้จัดการประชุมใหญ่สามัญของพรรคเห็นแก่ชาติได้

ข้อ ๔๑. องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ของพรรคเห็นแก่ชาติ ประกอบด้วย

  • กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ

ทั้งหมด

  • ผู้แทนของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ซึ่งในจำนวน

นี้จะต้องประกอบด้วยผู้แทนของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่น้อยกว่าสองสาขาซึ่งมาจากต่างภาคกัน

  • ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำ

จังหวัด

  • สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๔๒. องค์ประชุมใหญ่ของพรรคเห็นแก่ชาติ ตามข้อ ๔๑ ต้องมีรวมกันไม่น้อยกว่าสองร้อยห้าสิบคน

การลงมติให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออก

เสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงชี้ขาด

ข้อ ๔๓. ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้าหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาประชุม ให้รองหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติลำดับต้นทำหน้าที่แทน ถ้ารองหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาประชุม ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งแทน และให้เลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติเป็นเลขานุการที่ประชุม แต่ถ้าเลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

ข้อ ๔๔. การดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ ให้กระทำโดยที่ประชุมใหญ่ของพรรคเห็นแก่ชาติ

  • การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคเห็นแก่ชาติ หรือนโยบายของ

พรรคเห็นแก่ชาติ

  • การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคเห็นแก่ชาติ
  • การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติ เลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติ เหรัญญิกพรรคเห็นแก่ชาติ นาย

ทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ และกรรมการบริหารอื่นของพรรคเห็นแก่ชาติ

  • การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ให้ความเห็นชอบรายงานการเงินและการดำเนินกิจการของพรรคเห็นแก่ชาติ ที่ได้ดำเนินการไปใน

รอบปีที่ผ่านมา

  • กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ หรือหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • กิจการอื่นที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมาย หรือ

ข้อบังคับพรรคการเมือง

การลงมติในที่ประชุมให้กระทำโดยเปิดเผย แต่ลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔) ให้ลงคะแนนลับ

ข้อ ๔๕. คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ทุกคราว ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติแจ้งกำหนดการประชุมให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมด้วย

ส่วนที่ ๒

การประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๔๖. คณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญสาขาพรรคเห็นแก่ชาติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ข้อ ๔๗. องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่สามัญของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ประกอบด้วย

  • กรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติทั้งหมด
  • สมาชิกสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๔๘. องค์ประชุมใหญ่ของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติตามข้อ ๔๗ ต้องมีรวมกันทั้งหมดไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน

การลงมติให้ถือเสียงข้างมากของสมาชิกที่มาร่วมประชุม กรณีที่มีเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ ๔๙. ให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ถ้าหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาประชุม ให้รองหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติทำหน้าที่แทน ถ้ารองหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้คณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมและให้เลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติทำหน้าที่เป็นเลขานุการในที่ประชุม

ข้อ ๕๐. กิจกรรมต่อไปนี้ให้กระทำโดยที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

  • กิจกรรมตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกฎหมาย

อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

  • เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๕๑. คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติทุกคราว ให้ประธานที่ประชุมพรรคเห็นแก่ชาติแจ้งกำหนดการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยให้ระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมด้วย

ส่วนที่ ๓

การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๕๒. การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติต้องมีคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติที่มีอยู่ในขณะนั้น จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติเป็นประธานที่ประชุม ถ้าหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมแทน และให้เลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติเป็นเลขานุการในที่ประชุม แต่ถ้าเลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้รองเลขาธิการพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

ข้อ ๕๓. มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติให้ถือเสียงข้างมาก

ส่วนที่ ๔

การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๕๔. การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติต้องมีคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติที่มีอยู่ในขณะนั้น จึงจะเป็นองค์ประชุม โดยให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติเป็นประธานที่ประชุม หากหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่อาจปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติได้ ให้รองหัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมแทน และให้เลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติเป็นเลขานุการในที่ประชุม แต่ถ้าเลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้รองเลขานุการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

ข้อ ๕๕. มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติให้ถือเสียงข้างมาก

หมวดที่ ๗

สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๕๖. สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

  • มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทย

มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

  • มีอายุไม่ต่ำหว่าสิบแปดปี
  • ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙)

(๑๐) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) และ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ

  • ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น หรือผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น หรือผู้แจ้งการ

เตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง

ข้อ ๕๗. การสมัครสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบพิมพ์ของพรรคเห็นแก่ชาติด้วยตนเอง พร้อมด้วยเอกสารประกอบพรรคเห็นแก่ชาติตามที่พรรคเห็นแก่ชาติกำหนด

สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติสิ้นสุดลง เมื่อ

  • ตาย
  • ลาออก
  • ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕๖
  • พรรคเห็นแก่ชาติมีมติให้ออกเพราะกระทำผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายแรง

อื่น

  • พรรคเห็นแก่ชาติสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง หรือยุบพรรคเห็นแก่ชาติ

การลาออกจากสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติตามวรรคหนึ่ง (๒) ให้ถือว่าสมบูรณ์เมื่อได้ยื่นใบลาออกต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติหรือนายทะเบียนพรรคเห็นแก่ชาติ

การสิ้นสุดสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๔) หากสมาชิกผู้นั้นดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มติของพรรคเห็นแก่ชาติ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๕๘. สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติมีสิทธิต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • เสนอข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นผู้ปฏิบัติงาน คณะทำงานหรือคณะกรรมการสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะต่างๆ หรือกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนที่ปรึกษาพรรคเห็นแก่ชาติ

  • อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติจะพิจารณาเป็นแต่ละกรณีไป

ข้อ ๕๙. สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

  • ร่วมรับผิดชอบต่อเสถียรภาพของพรรคเห็นแก่ชาติ และให้ความร่วมมือในกิจกรรมของพรรคเห็นแก่

ชาติด้วยจิตสำนึกในอุดมคติของพรรคเห็นแก่ชาติในฐานะเป็นเจ้าของพรรคเห็นแก่ชาติร่วมกัน

  • สนับสนุนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติผู้ที่พรรคเห็นแก่ชาติได้พิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในทุก

ระดับ และให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของพรรคเห็นแก่ชาติด้วยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจ เพื่อความ

ก้าวหน้าของพรรคเห็นแก่ชาติ

  • ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของพรรคเห็นแก่ชาติอย่างเคร่งครัด ให้การสนับสนุนนโยบายและ

มติของพรรคเห็นแก่ชาติอย่างจริงจัง

  • ร่วมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเห็นแก่ชาติด้วยความเต็มใจและเต็มความสามารถ

ข้อ ๖๐. ความรับผิดชอบทางการเมืองของพรรคเห็นแก่ชาติต่อสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ ดังต่อไปนี้

  • ดำเนินการทางการเมืองอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้พรรคเห็นแก่ชาติได้ก้าวไปสู่การมีบทบาท

ทางการเมืองและเข้าสู่การบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเห็นแก่ชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายตามอุดมการณ์

  • ส่งเสริมสถานภาพของสมาชิกให้มีสมรรถภาพต่อการดำรงชีวิตของตนเอง และครอบครัว และจัด

กิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อสมานสามัคคีระหว่างสมาชิกทั่วประเทศ

  • ให้สวัสดิการคุ้มครองจากอิทธิพล อำนาจมืด และส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ให้ความสำคัญแก่มวลสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติทุกท่านอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ถือว่าสมาชิกพรรค

เห็นแก่ชาติเป็นบุคคลสำคัญและเป็นองค์กรหลักของพรรคเห็นแก่ชาติ

หมวดที่ ๘

มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ

และกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ

ส่วนที่ ๑

มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์

ข้อ ๖๑. ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

ข้อ ๖๒. ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์  เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ข้อ ๖๓. ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าผลประโยชน์ส่วนตน

ข้อ ๖๔. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผู้อื่นหรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ

ข้อ ๖๕. ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ ๖๖. ต้องไม่รับของขวัญ ของกำนัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับจากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้

ส่วนที่ ๒

มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก

ข้อ ๖๗. ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อ ๖๘. ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข้อ ๖๙. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติโดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแห่งสถานภาพ

ข้อ ๗๐.รักษาไว้ซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพต่อมติของที่ประชุมฝ่ายข้างมาก และเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด

ข้อ ๗๑. ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชน อันอยู่ในความรับผิดชอบของตนถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน

ข้อ ๗๒.ไม่ให้คำปรึกษาแก่บุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือข้อมูลต่อสื่อสาธารณะ หรือสาธารณชนในเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสียความเป็นธรรมแก่การปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายขององค์กร

ข้อ ๗๓. ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

ข้อ ๗๔. ไม่ปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยู่ในกำกับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากคู่กรณี หรือจากบุคคลอื่นใด ในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตน

ข้อ ๗๕. ไม่คบหากับคู่กรณีผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจประทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ ๗๖. ไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะจำต้องยอมรับในการกระทำนั้น ไม่นำความสัมพันธ์ทางเพศที่ตนมีต่อบุคคลใดมาเป็นเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงำให้ใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด

ส่วนที่ ๓

จริยธรรมทั่วไป

ข้อ ๗๗.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม

ข้อ ๗๘. ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของพรรคเห็นแก่ชาติอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

ข้อ ๗๙. รักษาความลับของพรรคเห็นแก่ชาติและระเบียบแบบแผนของพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๘๐. ดำเนินการอื่นให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความสามัคคีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ส่วนที่ ๔

การฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม

ข้อ ๘๑. การฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในส่วนที่ ๑ ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง            การฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในส่วนที่ ๒ และส่วนที่ ๓ จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ เจตนาหรือความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัตินั้น

ข้อ ๘๒. การดำเนินการแก่บุคคลใดว่ากระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยการนั้น

หมวดที่ ๙

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติเพื่อส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้ง

เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือก

บุคคลซึ่งพรรคเห็นแก่ชาติเห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่ ๑

คณะกรรมการผู้สรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ข้อ ๘๓. เมื่อมีกรณีต้องสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเห็นแก่ชาติจักจัดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ข้อ ๘๔. ให้มีกรรมการคณะหนึ่งเป็นคณะกรรมการสรรหาผู้รับสมัครรับเลือกตั้งมีจำนวนสิบเอ็ดคน ประกอบด้วย

  • กรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติจำนวนสี่คน
  • หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ซึ่งมาจากภาคละหนึ่งสาขา
  • ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดจำนวนสามคน

ข้อ ๘๕. ในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ที่มีขึ้นภายหลังจากวันที่

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ ใช้บังคับ หากพรรคเห็นแก่ชาติยังมีสาขาพรรคเห็นแก่ชาติไม่ครบภาคละหนึ่งสาขา ให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามข้อ ๘๔ ประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติจำนวนสี่คน หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติและตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดรวมกันไม่ถึงเจ็ดคน ให้เลือกตัวแทนสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติให้ได้จำนวนที่ยังขาดอยู่จนครบจำนวนเจ็ดตน

ข้อ ๘๖. การเลือกตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้ดำเนินการในที่ประชุมใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติโดยการลงคะแนนลับ

ส่วนที่ ๒

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ

เพื่อข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ข้อ ๘๗. พรรคเห็นแก่ชาติซึ่งประสงค์จะส่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใด ต้องมีสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในเขตเลือกตั้งนั้น

การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใด ให้พรรคเห็นแก่ชาติส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจากผู้ซึ่งได้รับเลือกจากสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดที่มีเขตรับผิดชอบในเขตเลือกนั้นเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ข้อ ๘๘. การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้

  • ให้คณะกรรมการสรรหากำหนดวัน เวลา และสถานที่ ในการสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งและ

ประกาศให้สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติทราบเป็นการทั่วไป

  • เมื่อพ้นกำหนดเวลารับสมัคร (๑) ให้กรรมการสรหาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครในแต่ละเขต

เลือกตั้ง แล้วส่งรายชื่อผู้สมัครให้สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ หรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดที่มีพื้นที่รับผิดชอบเขตเลือกตั้งนั้น

  • เมื่อสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดได้รับรายชื่อผู้สมัครจาก

คณะกรรมการสรรหาแล้ว ให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกพรรคเห็นแก่ขาติ เพื่อลงคะแนนเลือกผู้สมัครตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาส่งมา

  • การประชุมสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน หรือการประชุม

ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าห้าสิบคน โดยในการลงคะแนนให้สมาชิกมีสิทธิลงคะแนนเลือกได้หนึ่งคน และเมื่อลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้นแล้ว ให้นับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนน ของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ หรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้งนั้น แล้วรายงานรายชื่อผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดสองลำดับแรก ให้คณะกรรมการสรรหาโดยเร็ว ในกรณีที่มีผู้มีคะแนนเท่ากันมากกว่าจำนวนดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหาในการจัดเรียงลำดับ

  • ให้คณะกรรมการสรรหาส่งรายชื่อผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้งให้คณะกรรมการ

บริหารพรรคเห็นแก่ชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยพิจารณาจากผู้สมัครที่มีคะแนนสูงสุดของแต่ละเขตเลือกตั้ง หากคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติไม่เห็นชอบ ให้แสดงเหตุผลและให้พิจารณาผู้สมัครซึ่งได้คะแนนในลำดับถัดไปเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแกขาติไม่เห็นชอบกับรายชื่อที่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดส่งมาทั้งหมด ให้คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติและคณะกรรมการสรรหาประชุมร่วมกัน หากที่ประชุมร่วมกันมีมติเห็นชอบกับรายชื่อผู้สมัครผู้ใด ให้เสนอรายชื่อผู้สมัครที่สาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้งนั้นทราบและให้ดำเนินการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) จนกว่าจะได้ผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น

ส่วนที่ ๓

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ

เพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบันชีรายชื่อ

ข้อ ๘๙. การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบันชีรายชื่อ ให้พรรคเห็นแก่ชาติจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อส่งให้สาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด โดยให้คำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่างๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิงด้วย

ข้อ ๙๐. การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้

  • ให้คณะกรรมการสรรหากำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการเสนอรายชื่อบุคคลเป็นผู้สมัครรับ

เลือกตั้ง และมีหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด และประกาศให้สมาชิกทราบเป็นการทั่วไป

  • เมื่อพ้นกำหนดเวลาเสนอกรายชื่อจากกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่

ชาติและตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดตาม (๑) ให้คณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและจัดทำบัญชีรายชื่อไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบรายชื่อ โดยคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาค และความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง แล้วส่งรายชื่อดังกล่าวไปยังสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

  • ให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดจัดประชุม เพื่อให้

สมาชิกลงคะแนนเลือกบุคคลในบัญชีรายชื่อตาม (๒) โดยให้สมาชิกลงคะแนนเลือกได้ไม่เกินคนละสิบห้ารายชื่อ โดยการประชุมสาขาพรรคเห็นแก่ชาติต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน  หรือการประชุมตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าห้าสิบคน เมื่อลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้นแล้ว ให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดประกาศผลการนับคะแนนของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดนั้น แล้วรายงานไปยังคณะกรรมการสรรหาโดยเร็ว

  • ให้คณะกรรมการสรรหาจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเรียงลำดับตามผลรวมของคะแนน

ที่ได้รับจากสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดตาม (๓) ในกรณีที่หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติประสงค์จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งลำดับที่หนึ่ง และให้เรียงลำดับรายชื่อตามผลคะแนนดังกล่าวในลำดับถัดไปจนครบจำนวน ในกรณีที่คะแนนของบุคคลตามบัญชีเท่ากัน ให้เป็นอำนาจของคณะกรรการสรรหาในการจัดเรียงลำดับ

  • ให้คณะกรรมการสรรหาส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตาม (๔) ให้คณะกรรมการบริหารพรรค

เห็นแก่ชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติไม่เห็นชอบให้ดำเนินการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) จนกว่าจะได้บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับการเลือกตั้ง

เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผู้ใดมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ยังมิได้มีการจัดตั้งสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด ให้ถือว่าสมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิก ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งใกล้เคียงตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติกำหนด

ส่วนที่ ๔

ข้อยกเว้นในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ข้อ ๙๑. ในการเลือกตั้งทั่วไป การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีราบชื่อ ให้ดำเนินการสรรหาตามวิธีการที่กำหนดในข้อ ๘๘ และข้อ ๙๐ เว้นแต่กรณีที่เป็นการส่งสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหม่ ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดได้รับเลือกตั้งหรือกรณีผู้สมัครตายก่อนปิดการรับสมัครเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งและคณะกรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติเป็นผู้พิจารณาร่วมกัน

ส่วนที่ ๕

การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นแก่ชาติเห็นควรจะเสนอ

ให้ได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

ข้อ ๙๒. การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นแก่ชาติเห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ เพื่อส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมาใช้บังคับโดยอนุโลม

พรรคเห็นแก่ชาติจะไม่เสนอรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคเห็นแก่ชาติเห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้

ข้อ ๙๓. การเสนอชื่อบุคคลตามข้อ ๙๒ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

  • ต้องมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการ

เลือกตั้งกำหนด

  • ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีตามที่

รัฐธรรมนูญกำหนด และไม่เคยทำหนังสือยินยอมตาม (๑) ให้พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้น

การเสนอชื่อบุคคลใดที่มิได้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น

หมวดที่ ๑๐

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลดำรงตำแน่งทางการเมือง

ข้อ ๙๔. การคัดเลือกบุคคลดำรงตำแน่งทางการเมืองให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติ เพื่อส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวดที่ ๑๑

การบริหารการเงินและทรัพย์สิน และการจัดทำบัญชีของพรรคเห็นแก่ชาติ

สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ และตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๙๕. ให้คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติมีหน้าที่บริหารการเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดของพรรคเห็นแก่ชาติ และสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ ตลอดจนจัดให้มีการทำบัญชีให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

ให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด จัดให้มีบัญชีรับและจ่ายเงินของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดได้รับหรือจ่าย โดยบันทึกบัญชีให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานให้พรรคเห็นแก่ชาติทราบเป็นประจำทุกสิ้นเดือนและปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ให้หัวหน้าสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด จัดให้มีการทำบัญชีรายชื่อ พร้อมที่อยู่ของสมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัดในเขตจังหวัดที่ตนเป็นตัวแทน และปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติหรือตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๙๖. การลงรายการบัญชีของพรรคเห็นแก่ชาติต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกต้องครบถ้วน โดยต้องจัดทำภายในระยะเวลา ดังนี้

  • การลงบัญชีรายวันแสดงรายได้หรือรายรับ และแสดงค่าใช้จ่ายหรือรายจ่าย และบัญชีแสดงรายรับ

จากการบริจาค ต้องลงรายการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่รายการนั้นเกิดขึ้น

  • บัญชีแยกประเภทและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ต้องลงรายการให้แล้วเสร็จภายในสิบ

ห้าวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้น

หมวดที่ ๑๒

รายได้ของพรรคเห็นแก่ชาติ

และอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๙๗. พรรคเห็นแก่ชาติอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้

  • เงินทุนประเดิมของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคเห็นแก่ชาติ
  • เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคเห็แก่ชาติ
  • เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค
  • เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ดอกผลของเงินและรายได้จากทรัพย์สินของพรรคเห็นแก่ชาติ

ส่วนที่ ๑

การหารายได้จากการจำหน่ายสินค้า

ข้อ ๙๘. การจำหน่ายสินค้าหรือบริการต้องไม่มุ่งแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกันในทางธุรกิจ โดยราคาหรือค่าตอบแทนจากการจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการจะต้องคำนึงถึงราคาตามปรกติในท้องที่นั้น

ข้อ ๙๙. สถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการได้แก่ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ ที่ตั้งสำนักงานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคเห็นแก่ขาติ สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ  หรือสถานที่ทำการตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๑๐๐. เมื่อพรรคเห็นแก่ชาติดำเนินการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติจัดทำทะเบียนสินค้าหรือบริการ ซึ่งประกอบด้วยรายการ จำนวนเงิน หรือมูลค่าของสินค้าหรืออัตราค่าบริการแต่ละประเภทให้ครบถ้วนและถูกต้อง

ข้อ ๑๐๑. การจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ให้บันทึกบัญชีรายวันแสดงรายได้หรือรายรับ และให้แสดงในงบการเงินประจำปีของพรรคเห็นแก่ชาติให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ ๑๐๒. การจำหน่ายสินค้าหรือบริการต้องไม่กระทำในช่วงเก้าสิบวันก่อนวันครบอายุของสภาผู้แทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีการเลือกตั้งทั่วไป อันเนื่องมาจากครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร และต้องไม่กระทำในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากเหตุอื่น นอกจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่ ๒

การจัดกิจกรรมระดมทุน

            ข้อ ๑๐๓. การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคเห็นแก่ชาติต้องกระทำโดยเปิดเผย และแสดงวัตถุประสงค์ว่าเป็นการระดมทุนของพรรคเห็นแก่ชาติอย่างชัดเจน

ข้อ ๑๐๔. สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ได้แก่ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคเห็นแก่ชาติ ที่ตั้งสำนักงานสาขาพรรคเห็นแก่ชาติ บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคเห็นแก่ชาติ สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ สถานที่ทำการตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด หรือสถานที่ที่พรรคเห็นแก่ชาติเห็นสมควร

ข้อ ๑๐๕. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุนและจำนวนเงินที่ได้รับจาการจัดกิจกรรมระดมทุน และให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป พร้อมทั้งแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบด้วย

ข้อ ๑๐๖. การจัดกิจกรรมระดมทุนให้บันทึกบัญชีรายวันแสดงรายได้หรือรายรับ และนำไปแสดงในงบการเงินประจำปีของพรรคเห็นแก่ชาติให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ ๑๐๗. การจัดกิจกรรมระดมทุนต้องไม่กระทำในช่วงเก้าวันก่อนวันครบอายุของสภาผู้แทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีการเลือกตั้งทั่วไป อันเนื่องมาจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร และต้องไม่กระทำในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากเหตุอื่น นอกจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่ ๓

การรับบริจาคของพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๑๐๘. ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติและเหรัญญิกพรรคเห็นแก่ชาติเปิดบัญชีกับธนาคารพาณิชย์ โดยระบุชื่อเจ้าของบัญชีในนามพรรคเห็นแก่ชาติ และให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติแจ้งหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจำนวนเงินที่เปิดบัญชีของทุกบัญชีให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่เปิดบัญชีดังกล่าว

ข้อ ๑๐๙. กรณีรับเป็นเงินสด ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติและเหรัญญิกพรรคเห็นแก่ชาตินำเงินฝากไว้ในบัญชีธนาคารพาณิชย์ตามข้อ ๑๐๘ ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับบริจาค หากรับบริจาคเป็นตั๋วแลกเงินหรือเช็ค จะต้องไม่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงถือว่าเป็นการบริจาคแก่พรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๑๑๐. เมื่อมีการบริจาค ให้ผู้รับบริจาคจัดทำบันทึกการรับเงินบริจาคให้แล้วเสร็จภายในสามวัน นับแต่วันที่ได้รับบริจาค และให้ส่งบันทึกการบริจาคพร้อมเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคเห็นแก่ชาติภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับบริจาค

ถ้าหากทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมิอาจนำส่งแก่พรรคเห็นแก่ชาติได้ ให้ผู้รับบริจาคแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นให้พรรคเห็นแก่ชาติทราบ

ข้อ ๑๑๑. เมื่อพรรคเห็นแก่ชาติได้รับหลักฐานตามข้อ ๑๑๐ ให้ออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดภายในวันที่ได้รับบริจาค แล้วจัดส่งใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคให้แก่ผู้บริจาคภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ออกหลักฐานนั้น

ข้อ ๑๑๒. ให้พรรคเห็นแก่ชาติบันทึกการรับบริจาคไว้ในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคเห็นแก่ชาติให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่เกิดรายการ โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังนี้

  • ชื่อ ที่อยู่ของพรรคเห็นแก่ชาติ
  • ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้บริจาค
  • ชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่งผู้รับบริจาค
  • วัน เดือน ปีที่รับบริจาค
  • รายละเอียดการรับบริจาค
  • จำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
  • เอกสารอ้างอิง
  • ลายมือชื่อหัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติและเหรัญญิกพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๑๑๓. ให้หัวหน้าพรรคเห็นแก่ชาติประกาศบัญชีรายชื่อผู้บริจาค จำนวนเงิน รายการทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับบริจาคที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่าห้าพันบาท พร้อมทั้งวัตถุประสงค์ของการบริจาค เพื่อให้ประชาชนทราบเป็นประจำทุกสิ้นเดือน แล้วแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในห้าวัน นับแต่วันที่ประกาศ

การตีราคาทรัพย์สิน หรือการประเมินมูลค่าประโยชน์อื่นใดที่ได้รับบริจาค ให้คำนวณราคาทรัพย์สิน อัตราค่าเช่า ค่าตอบแทน หรือค่าของสิทธิที่รับตามปรกติทางการค้าในท้องที่นั้น

ข้อ ๑๑๔. บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคเห็นแก่ชาติ มีมูลค่าเกินสิบล้านบาทแก่พรรคเห็นแก่ชาติต่อปีมิได้ และกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคเห็นแก่ชาติ ไม่ว่าจะพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปีละห้าล้านบาท ต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไปหลังจากบริจาคแล้ว

พรรคเห็นแก่ชาติจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกินวรรคหนึ่งมิได้

ส่วนที่ ๔

อัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๑๑๕. สมาชิกพรรคเห็นแก่ชาติต้องชำระค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคพรรคเห็นแก่ชาติปีละหนึ่งร้อยบาท แบบตลอดชีพสองพันบาท

หมวดที่ ๑๓

การเลิกพรรคเห็นแก่ชาติ สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ

และตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด

ข้อ ๑๑๖.การเลิกพรรคเห็นแก่ชาติ สาขาพรรคเห็นแก่ชาติ และตัวแทนพรรคเห็นแก่ชาติประจำจังหวัด ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นแก่ชาติ

ข้อ ๑๑๗. ในกรณีที่พรรคเห็นแก่ชาติต้องสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง หรือยุบพรรคเห็นแก่ชาติ

ให้ทรัพย์สินของพรรคเห็นแก่ชาติที่เหลือภายหลังการชำระบัญชีแล้ว ตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๑

planchette task Exclamation Triangle Check code